วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก


น้ำตกที่สูงที่สุดในโลก

        น้ำตกนั้นเรียกว่าเป็นแหล่งภูมิศาสตร์ทางธรรมชาติที่มีทั้งความน่าทึ่งมหัศจรรย์และสวยงามอย่างยิ่งเลยทีเดียว จนทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนนิยมไปท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งน้ำตกนั้นก็มีอยู่หลากหลายแห่งจากทั่วโลก โดยมีตั้งแต่น้ำตกชั้นเตี้ยๆ ไปจนถึงสูงมากๆ ซึ่งน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกนั้นก็คือ น้ำตกแองเจล (Angel Falls) โดยเป็นน้ำตกที่อยู่กลางป่าดงดิบของประเทศเวเนซุเอลลา ซึ่งมีความสูงอยู่ที่กว่า 979 เมตรเลยทีเดียว เรียกว่าสูงกว่าน้ำตกไนแอการาถึง 18 เท่าเลยก็ว่าได้
        ซึ่งน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกอย่างน้ำตกเอนเจลแห่งนี้ ที่ได้ชื่อว่าเอนเจลนั้นมาจากชื่อของผู้ค้นพบน้ำตกแห่งนี้เป็นคนแรกก็คือ จิมมี เอนเจล นั่นเอง โดยเขาได้ค้นพบน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1935 และหากจะเข้าไปเยี่ยมชมนั้นสามารถเข้าไปชมได้เพียงสองทางคือ ทางเครื่องบิน หรือทางเรือเท่านั้น นอกจากนี้น้ำตกแห่งนี้ยังมีสิ่งมหัศจรรย์ นั่นก็คือ น้ำที่ตกนั้นไม่สามารถตกลงถึงพื้นได้ เพราะน้ำตกแห่งนี้มีความสูงมาก เมื่อน้ำตกลงไปกว่าจะถึงพื้นก็กลับกลายเป็นหมอกไปเสียก่อน และนี่จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยหมอกหนาที่ปกคลุมอยู่ตลอดเวลาและเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ได้มีการเปลี่ยนชื่อของน้ำตกแห่งนี้เป็น เคเร ปาคุปาอิ เมรู โดยประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ แห่งประเทศเวเนซุเอลลา ซึ่งเหตุผลที่ทำการเปลี่ยนชื่อน้ำตกแห่งนี้ก็คือ น้ำตกแห่งนี้เป็นของชาวเวเนซุเอลลามานานตั้งแต่ก่อนที่จิมมี เอนเจล จะมาค้นพบนั่นเอง

นกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

นกกระจอกเทศ

       สัตว์ปีกประเภทนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนั้นก็คือ นกกระจอกเทศ (Ostrich) นั่นเอง โดยเป็นนกขนาดใหญ่ที่ในปัจจุบันยังคงมีอยู่ ยังไม่ได้สูญพันธุ์ไป ซึ่งนกกระจอกเทศนี้เป็นนกที่มีปีกขนาดเล็กไม่สามารถบินได้ โดยจะใช้การวิ่งเป็นหลัก มีขาอันยาวและใหญ่ ซึ่งเจ้านกกระจอกเทศนี้สามารถวิ่งได้เร็วมากถึง 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากจะเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังครองแชมป์นกที่มีไข่ใหญ่ที่สุดในโลก และนกที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกไปครอบครองได้อีกสองตำแหน่งด้วย
       ซึ่งเจ้านกกระจอกเทศเหล่านี้เป็นนกที่มีขนาดใหญ่มาก โดยมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยตั้งแต่ประมาณ 100 – 158 กิโลกรัม และมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 2 – 2.5 เมตร เป็นสัตว์ที่มีกระดูกสันหลัง มีลำคอยาว ตาโต พร้อมขนตายาว และหัวเล็ก รวมทั้งมีขาอันแข็งแรงมาก ซึ่งนกกระจอกเทศตัวผู้นั้นจะมีขนสีขาวอันสวยงาม ทำให้ในอดีตมักถูกล่าเพื่อนำขนมาทำเครื่องประดับ ส่วนตัวเมียจะมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ดวงตากลมโต หัวเล็ก ปีกเล็ก และศีรษะล้าน
       ปัจจุบันนิยมเลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งการเลี้ยงนกกระจอกเทศนั้นต้องเลี้ยงอยู่ในอุณหภูมิและสภาวะแวดล้อมที่ดี คือควรเป็นที่ดอนที่ไม่มีน้ำท่วมขัง และสภาพอากาศไม่ชื้นแฉะ รวมถึงอาหารและน้ำที่สะอาดและมีคุณภาพ และที่สำคัญควรเลี้ยงแบบอิสระเพื่อไม่ให้นกรู้สึกเครียด ก็จะทำให้นกกระจอกเทศสามารถเจริญเติบโตได้ดี และผสมพันธุ์ได้ไม่สูญพันธุ์นั่นเอง

ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก

อันดับ 10. Annapurna
10 อันดับ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก
       ยอดเขา Annapurna อยู่ที่แนวเทือกเขาหิมาลัย ประเทศเนปาล มีความสูง 8,078 เมตร

อันดับ 9. Nanga Parbat

       Nanga Parbat  เป็นยอดเขาที่แนวเทือกเขาหิมาลัย อยู่ในเขตแคว้นจัมมูและแคชเมียร์ ทางตอนเหนือของอินเดีย  มีความสูง 8,126 เมตร

อันดับ 8. Manaslu
     ยอดเขา Manaslu อยู่ในเขตประเทศเนปาล ส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,156 เมตร

อันดับ 7. Daulagiri
     Daulagiri เป็นยอดเขาที่แนวเทือกเขาหิมาลัย อยู่ในเขตประเทศเนปาล มีความสูง 8,167 เมตร

อันดับ 6. Cho Oyu
      ยอดเขา Cho Oyu อยู่ที่แนวเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นช่วงพรมแดนรอยต่อระหว่างจีน-เนปาล มีความสูง 8,201 เมตร

อันดับ 5. Makalu
      ยอดเขา Makalu อยู่ที่แนวเทือกเขาหิมาลัย ช่วงรอยต่อระหว่างจีน-เนปาล มีความสูง 8,481 เมตร

อันดับ 4. Lhotse
     Lhotse ยอดเขาที่อยู่ในเขตพรมแดนจีน-เนปาล เส้นแนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,516 เมตร

อันดับ 3. Kanchenjunga
       ยอดเขา Kanchenjunga อยู่ในแนวเทือกเขาหิมาลัย เขตพรมแดนอินเดีย-เนปาล มีความสูง 8,598 เมตร

อันดับ 2. Godwin Austen
      ยอดเขา K2 หรือ Godwin Austen อยู่ในเขตพรมแดนของแคว้นจัมมู แคชเมียร์ และจีน เส้นแนวเทือกเขาหิมาลัย มีความสูง 8,611 เมตร

อันดับ 1. Everest
ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก
      สุดท้ายอันดับหนึ่ง ชื่อดัง ชื่อเดิม สุดคุ้นหู ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ (Everest) ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาหิมาลัย ช่วงเขตพรมแดนประเทศเนปาลและจีน  มีความสูง 8,848 เมตร แต่จากภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ จะเตี้ยลง 1 เซ็นติเมตรต่อปี

ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลก
        
          สำหรับพื้นที่ของทุกทวีปทั่วโลก ทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกคือ ทวีปเอเชีย โดยมีเนื้อที่อยู่ที่ประมาณ 43,700,000 ตารางกิโลเมตร ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเส้นละติจูดที่ 78 องศาเหนือ ถึง 1.5 องศาเหนือ และเส้นลองติจูดอยู่ที่ 170 องศาตะวันตก ถึง 26 องศาตะวันออก โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในแถบซีกโลกเหนือ หรือเส้นศูนย์สูตร ซึ่งนอกจากทวีปเอเชียจะเป็นทวีปที่ใหญ่ที่สุดในโลกแล้ว ยังมีประชากรมากที่สุดในโลกอีกด้วย

ลักษณะทั่วไปของทวีปเอเชียมีดังนี้
        – เขตเทือกเขาสูงตอนกลางทวีป เรียกว่าเป็นเทือกเขาเกิดใหม่ซึ่งมีความสูงมาก โดยเป็นพื้นที่ที่เกิดจากการโก่งตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดเป็นเทือกเขาต่างๆ ขึ้นอย่างมากมาย อาทิ เทือกเขาหิมาลัย, เทือกเขาเทียนซาน, เทือกเขาอัลไต เป็นต้น
        – เขตที่ราบสูงจะมีเทือกเขาต่างๆ ได้แก่ ที่ราบสูงมองโกเลีย, ที่ราบสูงยูนนาน, ที่ราบสูงเดกกัน, ที่ราบสูงอาหรับ เป็นต้น
        – เขตที่ราบต่ำตอนเหนือ เป็นที่ราบดินตะกอนที่เกิดขึ้นจากแม่น้ำลีนา, แม่น้ำออบ และแม่น้ำเยนิเซไหลผ่านเรียกว่าที่ราบไซบีเรีย ซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางแต่ทว่ามีผู้คนอาศัยอยู่เบาบาง เนื่องจากเป็นเขตที่มีสภาพภูมิอากาศหนาวเหน็บทำให้ไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัยและเพาะปลูก
       – เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ จัดเป็นที่ราบต่ำอันเกิดขึ้นจากการทับถมของตะกอนขึ้น เรียกว่าเป็นพื้นที่อันอุดมสมบูรณ์ที่เหมาะแก่การเพาะปลูก ทำการเกษตรกรรมอย่างยิ่งในทวีปเอเชียเลยก็ว่าได้
       – เขตหมู่เกาะรูปโค้ง หรือเกาะภูเขาไฟ สำหรับพื้นที่ตรงนี้จะเป็นแนวต่อจากปลายตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัยที่โค้งมาทางด้านใต้ เรียกว่าเป็นแนวภูเขาใหม่ที่เกิดมีภูเขาไฟและแผ่นดินไหวขึ้นได้

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

วิธีทำความสะอาดมู่ลี่ ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง

มู่ลี่

       
มู่ลี่ (Venetian Blinds) เป็นอุปกรณ์บังแสงแดด และพรางสายตาจากบุคคลภายนอก ที่มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับผ้าม่าน แต่มูลี่จะมีลักกษณะเป็นแผ่นเกล็ดแบบซ้อนกัน ซึ่งแน่นอนว่าการดูแลทำความสะอาดย่อมแตกต่างกับผ้าม่านธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะมูลี่มักทำมาจากพลาสติก ที่ไม่สามารถถอดออกมาซักเหมือนผ้าปกติได้ ฉะนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีทำความสะอาดมูลี่ ที่ถูกวิธี เพื่อกำจัดฝุ่นละออง และแหล่งสะสมเชื้อโรคในบ้านเราให้หมดไป
วิธีทำความสะอาดมู่ลี่
     วิธีแรก “การปัดฝุ่น” เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุด เพียงแค่ใช้ไม้ขนไก่ หรือแปรงปัดฝุ่นชนิดอื่นๆ ค่อยๆปัดเบาๆบนแผ่นพลาสติกของมู่ลี่ โดยให้ไล่จากด้านบนลงมาบริเวณด้านล่าง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยขจัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ให้หลุดออกได้อย่างง่ายๆแล้ว แต่ทว่าวิธีนี้เหมาะสำหรับมู่ลี่ที่มีฝุ่นเกาะอยู่ไม่หนามาก และไม่มีคราบสกปรกเกาะ
     วิธีที่สอง “การเช็ดคราบ” หากพบว่าบนพลาสติกของมู่ลี่ที่บ้านคุณ มีฝุ่นละอองเกาะเป็นแผ่นหนา รวมทั้งมีคราบสกปรกเกาะอยู่ เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการทำความสะอาด คุณสามารถใช้ฟองน้ำชุบน้ำสบู่อ่อนๆ หรืออาจใช้ทิชชูเปียก มาเช็ดเบาๆให้ทั้วมู่ลี่ จากนั้นให้นำผ้าสะอาดที่แห้ง มาซับคราบน้ำสบู่ออกจนแผ่นพลาสติกของมู่ลี่แห้งสนิท ก็จะทำให้มู่ลี่ของเราสะอาดเหมือนใหม่แล้ว
     วิธีที่สาม “การถอดล้าง” สำหรับมู่ลี่ของใคร ที่อยู่ในสภาพสกปรกเกินทน วิธีการทำความสะอาดที่ง่ายที่สุดคือ การถอดมู่ลี่ออกมาล้าง โดยปลดมู่ลี่ที่ติดอยู่บริเวณหน้าต่างออกมา นำไปวางแผ่ไว้ในที่โล่งแจ้ง จากนั้นใช้สายยางฉีดพรมน้ำให้ชุ่ม และบีบน้ำยาล้างจานลงไป อาจใช้ฟองน้ำค่อยๆเช็ดถูคราบสกปรกที่ติดอยู่ออกให้หมด แล้วล้างฟองน้ำยาล่างจานจนสะอาด พึ่งแดดและลมจนแห้งสนิท จึงสามารถนำกลับไปติดบริเวณหน้าต่างได้ดังเดิม
      เพียงคุณทดลองทำความสะอาดมู่ลี่ตามวิธีที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น ก็จะสามารถช่วยให้การทำความสะอาดมู่ลี่ของคุณในครั้งนี้และครั้งต่อๆไปเป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้น แถมยังช่วยลดแหล่งสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นละอองในบ้านของคุณให้หมดไป เท่านี้คุณก็สามารถใช้เวลาอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุขแล้ว



วิธีทำความสะอาดผนังบ้าน ให้สะอาดปราศจากคราบสกปรก

เรื่องกล้วย ๆ ของการทำความสะอาดผนังบ้าน

       
ในบ้านสิ่งสำคัญมีมากมายที่จะต้องทำความสะอาด ผนังบ้านก็เช่นกันเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้เลย เพราะในบ้านจะสวยงามน่าอยู่ต้องมีผนังที่สะอาด ผนังบ้านที่ต้องเจอกับคราบสกปรก เลอะเปื้อนกับสิ่งต่างๆ ดินน้ำมัน รอยขีดเขียน เศษอาหารฝุ่น และอีกมากมาย เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรีย ดังนั้นหากต้องการให้ผนังบ้านสวยงามเหมือนเดิม จะต้องทำความสะอาดเป็นประจำทุกๆสัปดาห์ด้วยวิธีทำความสะอาดผนังบ้านที่เรานำมานำเสนอ…
การทำความสะอาดรอยเปื้อนบนผนังนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยสามารถแบ่งออกตามชนิดของผนังได้ 2 แบบ ดังนี้
       1. ผนังบ้านที่เป็นปูน ให้ใช้ไม้กวาดดอกหญ้ากวาดลงเบาๆ นำไม้ขนไก่มาปัดฝุ่น หรือทำความสะอาดฝุ่นด้วยเครื่องดูดฝุ่น จากนั้นนำน้ำอุ่นผสมน้ำยาอ่อนๆล้างให้ทั่ว สำหรับคราบที่ฝังแน่นควรแช่ทิ้งไว้ 10-15นาที ใช้ฟองน้ำขัดถูเน้นบริเวณที่มีรอยสกปรก จากนั้นให้รีบใช้ผ้าซับคราบที่ไหลออกมา เพราะหากคราบแห้งก็จะมีรอยเปื้อนเหมือนเดิมภายหลังจากทำความสะอาดคราบเรียบร้อย
      2. ผนังบ้านแบบวอลเปเปอร์ ให้ใช้ไม้ปัดขนไก่หรือผ้าสะอาดปัดเอาฝุ่นออกก่อน จากนั้นใช้กระดาษทิชชู่ชุบน้ำเล็กน้อยเช็ดรอยเปื้อน ขัดถูเบาๆเพื่อป้องกันความเสียหาย หากคราบสกปรกยังไม่ออก สามารถใช้สบู่หรือน้ำยาล้างจานแบบอ่อนๆค่อยๆเช็ดออกก็ได้ แต่ต้องระวังไม่เช็ดถูแรงเกินไป เพราะจะทำความเสียหายต่อวอลเปเปอร์ได้
      คราบสกปรกทำลายบรรยากาศในบ้าน การเลือกใช้สีทาบ้านก็เป็นสิ่งที่สำคัญ หากเป็นสีเข้มๆก็จะทำความสะอาดง่ายหน่อย แต่เมื่อเป็นสีอ่อนๆจะเห็นคราบได้ชัดเจน ฝาผนังที่ลอกเปื่อยอาจต้องทาสีใหม่ทับ แนะนำให้ใช้สีน้ำพลาสติกช่วยให้คราบใหม่ไม่เกาะติดประหยัดแรงลดเวลาในการทำความสะอาด หมั่นทำความสะอาดด้วยวิธีทำความสะอาดผนังบ้านข้างต้นเพื่อบ้านที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น

วิธีทำความสะอาดพัดลม ให้สะอาดและปลอดภัย


วิธีทำความสะอาดพัดลม
        1. ควรถอดปลั๊กพัดลมก่อนทำความสะอาดทุกครั้ง จากนั้นถอดตะแกรงพัดลม หมุนถอดตัวยึดของพัดลม ถอดชิ้นส่วนออกรวมทั้งตะแกรงด้านหลัง
        2. ใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นออก ควรใช้ผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกันฝุ่นกระจายเข้าปาก นำผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดให้ทั่ว จากนั้นหยอดน้ำมันใส่บริเวณแกนมอเตอร์พัดลม
        3. เช็ดชิ้นส่วนของพัดลมให้แห้ง นำชิ้นส่วนประกอบเข้าที่ ระวัง!! อย่างให้หลวม หมุนให้แน่นทุกชิ้น จากนั้นเปิดใช้งานได้ตามปกติ

วิธีทำความสะอาดจอทีวี ทั้งแบบจอแก้วและจอ LCD/LED


วิธีทำความสะอาดจอทีวี
จอแก้วหรือทีวีจอตู้
        สำหรับจอทีวีที่ทำจากแก้ว ซึ่งพบได้ในทีวีรุ่นเก่า สามารถทำความสะอาดด้วยผ้าและน้ำยาทำความสะอาดเครื่องแก้วทั่วไปได้เลย ซึ่งการทำความสะอาดจอทีวีชนิดนี้ง่ายและไม่ยุ่งยากซับซ้อนแต่อย่างใด
จอ LCD/LED
        เป็นหน้าจอทีวีที่ถูกพัฒนาขึ้นมา โดยเน้นความบางเบา และความคมชัดของภาพที่สมจริงมากยิ่งขึ้น หน้าจอทีวีชนิดนี้ทำจากวัสดุผสมประเภทพลาสติก ซึ่งแน่นอนว่าหากทำความสะอาดไม่ถูกวิธี เช่น เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงเกินไป ใช้อุปกรณ์ขัดถูที่มีความหยาบ ฯลฯ ย่อมทำให้เกิดรอยขีดข่วนหรือรอยอันไม่พึงประสงค์ขึ้นบนหน้าจอ LCD/LED อย่างแน่นอน ฉะนั้นเราสามารถทำความสะอาดหน้าจอ LCD/LED ได้ดังนี้
    ขั้นตอนที่ 1 ปิดโทรทัศน์ก่อนเริ่มต้นทำความสะอาด เพื่อช่วยให้เราสามารถมองเห็นฝุ่นละอองที่เกาะติอยู่บนจอทีวีของเราได้ง่ายและชัดเจนขึ้น
    ขั้นตอนที่ 2 ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ ชนิดเดียวกับที่ใช้ทำความสะอาดเลนส์แว่นตา เนื่องจากไม่มีขุยติดออกมาขณะเช็ด และไม่ทิ้งร่องรอยขีดข่วนไว้บนหน้าจออีกด้วย
    ขั้นตอนที่ 3 หากพบว่าหลังจากเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์แล้ว ยังคงมีคราบสกปรกที่เช็ดไม่ออกอยู่ ให้ใช้ผ้าอีกชิ้นหนึ่งชุบน้ำสะอาดที่ผสมน้ำส้มสายชู มาเช็ดบนคราบที่พบ เพื่อขจัดคราบนั้นให้หมดไป
   ขั้นตอนที่ 4 ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ผืนที่แห้ง เช็ดทำความสะอาดซ้ำอีกทีหนึ่ง ทั้งบริเวณหน้าจอทีวีและขอบจอทีวีให้ทั่ว จึงเป็นอันเสร็จสิ้น

วิธีทำความสะอาดมุ้งลวด อย่างถูกวิธี

วิธีทำความสะอาดมุ้งลวด


วิธีทำความสะอาดมุ้งลวด
     – ขั้นตอนที่ 1 ถอดมุ้งลวดที่ติดตั้งอยู่ที่หน้าต่างและบานประตูออก จากนั้นนำไปวางไว้กลางลานที่โล่งแจ้ง อาจจะเป็นลานชะล้างภายนอกบ้านของคุณ หรือสนามหญ้าก็ได้
     – ขั้นตอนที่ 2 ใช้สายยางแรงดันสูงฉีดอัดน้ำ เพื่อชะล้างฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ออกให้มากที่สุด ก่อนจะลงน้ำยาอเนกประสงค์เพื่อขจัดคราบที่อัดฉีดด้วยแรงดันน้ำไม่หมด
     – ขั้นตอนที่ 3 ลงน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ หรืออาจใช้น้ำยาล้างจานราดลงบนมุ้งลาด ก่อนที่จะนำฟองน้ำหรือแปรงขนอ่อนมาขัดอย่างเบามือ เพื่อให้คราบฝุ่นที่เกาะอยู่หลุดออกจนหมด
     – ขั้นตอนที่ 4 ใช้สายยางแรงดันสูงฉีดอัดน้ำ ชะล้างน้ำยาทำความสะอาดและคราบสกปรกออกจนเกลี้ยงเกลา แล้วนำไปผึ่งแดดและลมจนแห้งสนิท
     – ขั้นตอนที่ 5 เมื่อพบว่ามุ้งลวดของเราผึ่งแดดจนแห้งสนิทแล้ว จึงสามารถนำกลับไปติดบนหน้าต่างและบานประตูได้ดังเดิม

วิธีทำความสะอาดที่นอนให้สะอาดไร้ฝุ่นและเชื้อโรค


วิธีทำความสะอาดที่นอน
                วิธีแรกเลยก็การนำเอาที่นอนไปตากวิธีนี้เป็นวิธีที่เรานำเอาแสงแดดมาใช้ให้เป็นประโยชน์มายาวนานแล้ว โดยแสงแดดจะกำจัดความชื้นพร้อมกำจัดเชื้อโรคบางส่วนออกไปจากที่นอนของเรา ไม่ว่าเรานั้นจะยกหรือเปิดหน้าต่างให้แสงแดดเข้ามาในห้อง ก็สามารถช่วยในการฆ่าเชื้อโรคได้บางส่วนเท่านั้น จากนั้นก็จะเป็นการกำจัดฝุ่นในที่นอนโดยคนสมัยก่อนนั้นจะใช้วิธีการเอาไม้มาทุบเพื่อให้ฝุ่นออกไปจากที่นอน แต่ผลพิสูจน์มาแล้วว่าฝุ่นที่ออกไปจากที่นอนเรานั้นมีเพียง 30% เท่านั้นที่ถูกกำจัดออกไป
ด้วยเหตุนี้คุณควรที่จะใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออกไปจากที่นอนจึงจะสามารถกำจังฝุ่นได้ดีที่สุด หรือวิธีต่อไปที่ง่ายเช่นกันก็คือ การนำเอาผ้าปูที่นอนพร้อมกับปลอกหมอนไปซัก จากนั้นก็นำเอาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ว่าจะผลิตมาจากมะนาวหรือมะกรูดเอามาเช็ดทั่วที่นอน นอกจากนะฆ่าเชื่อโรคได้แล้ว ก็ยังไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย จากนั้นก็นำที่นอนไปผึ่งแดดหรือลมให้แห้งก็สามารถนำเอาผ้าปูที่ได้รับการซักและตากเรียบร้อยมาปูกลับเหมือนเดิม เพียงเท่านี้คุณก็ได้ที่นอนที่ปราศจากเชื้อโรคและความชื้นกลับมานอนอย่างสบายใจ

มะเร็งสมอง สาเหตุ อาการ วิธีรักษา และการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งสมอง

เนื้องอกในสมอง


มะเร็งสมองคืออะไร
     มะเร็งสมอง (Benign brain tumor) คือ การเกิดก้อนเนื้อมะเร็งขึ้นในสมองซึ่งพบได้ในทุกช่วงวัยของทุกคน และไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นได้เพราะอะไร ซึ่งในผู้ใหญ่มักเกิดจากมะเร็งที่เกิดจากเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะอื่นๆ แล้วลุกลามขึ้นมายังสมอง โดยส่วนใหญ่มักเป็นเนื้องอกชนิด GBM (Glioblastoma multiforme) ส่วนในเด็กจะเป็นเนื้องอกชนิด Medulloblastoma สำหรับมะเร็งสมองนี้แม้ว่าจะเป็นโรคที่ไม่ได้พบเจอบ่อยเหมือนมะเร็งชนิดอื่น ๆ แต่ก็อันตรายถึงชีวิต ซึ่งเรียกได้ว่าเจอแจ๊กพอตเลยทีเดียว
สาเหตุของโรคมะเร็งสมอง
แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงจะยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งสมองได้ดังนี้
    – อายุถือเป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดมะเร็งสมอง โดยเฉพาะผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงมากกว่าเด็ก
    – กรรมพันธุ์หรือพันธุกรรม หากคนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งสมองมาก่อนก็มีโอกาสสูงกว่าคนปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนในครอบครัวจะต้องเป็น และแม้ว่าปัจจัยทางพันธุกรรมนี้จะพบได้น้อยแต่ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้
   – มลภาวะหรือสิ่งแวดล้อมต่างๆ ได้แก่ สารพิษจากโรงงานต่างๆ ที่ได้สูดดมเข้าไป
   – การฉายรังสีที่สมองในวัยเด็ก
   – หรือการเกิดก้อนเนื้องอกมะเร็งบริเวณอวัยวะอื่นแล้วแพร่หรือลุกลามขึ้นมายังสมอง
อาการของโรคมะเร็งสมอง
   – ในระยะแรกอาจมีอาการปวดศีรษะโดยมักปวดในช่วงเช้าหลังจากตื่นนอน หรือนอนสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก และจะปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขั้นตาพร่ามัวมองเห็นผิดปกติ เช่น เดินไปเปิดตู้เย็นแล้วกะระยะผิด กลายเป็นเดินชนตู้เย็นไป เป็นต้น
   – สูญเสียการมองเห็นอย่างฉับพลัน
   – มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน
   – กล้ามเนื้อแขน-ขาอ่อนแรง ลีบ หรือชา
   – เริ่มพูดคุยไม่รู้เรื่อง
   – เดินเซ ทรงตัวไม่ได้
   – อารมณ์แปรปรวน
   – ชักหรือหมดสติ
   – อุจจาระหรือปัสสาวะออกมาแบบไม่รู้ตัว และไม่สามารถอุจจาระหรือปัสสาวะเองได้
   – กล้ามเนื้อชักกระตุกโดยไม่สามารถควบคุมได้
(ทั้งนี้ อาการต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งก้อนเนื้อมะเร็งที่เกิดในสมองเป็นหลัก)
วิธีการรักษาโรคมะเร็งสมอง
   – รักษาโดยการผ่าตัด แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าหากผ่าตัดแล้วจะส่งผลให้ผู้ป่วยพิการหรือเสียชีวิตหรือไม่ และจะทำการผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งออกให้หมด หรือมากที่สุดเท่าที่จะสามารถผ่าตัดออกได้เพื่อลดขนาดก้อนเนื้อลง
   – การใช้รังสีรักษา ในกรณีที่ไม่สามารถตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งออกได้หมด หรือรักษาโดยการผ่าตัดไม่ได้
   – การรักษาโดยให้ยาเคมีบำบัด สำหรับการให้เคมีในผู้ป่วยมะเร็งสมองนั้นราคาของตัวยาค่อนข้างแพงมาก เนื่องจากมีอยู่ไม่กี่ชนิดที่จะรักษาให้ตอบสนองต่อยาเคมีบำบัดในสมองได้
วิธีป้องกันและดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งสมอง
   – ไม่เครียด หรือวิตกกังวล และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
   – งดสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมทั้งชา, กาแฟ
   – รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้เป็นหลัก จำกัดคาร์โบไฮเดรตและไขมัน
   – ควรออกกำลังกายเบา ๆ ทุกวัน แต่ไม่ต้องหักโหม
   – หลีกเลี่ยงแหล่งที่มีมลพิษสูง

โรคไวรัสซิกา สาเหตุ อาการ วิธีรักษาและป้องกันไวรัสซิกา

         
สำหรับไวรัสซิกานั้นจัดเป็นอีกโรคหนึ่งที่มีพาหะตัวสำคัญคือยุงลาย เฉกเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก แถมในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนในการป้องกันโรคจากไวรัสซิกานี้ ซึ่งจัดเป็นอีกหนึ่งโรคอันตรายโดยเฉพาะต่อแม่และลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งเลยทีเดียว
สาเหตุของไวรัสซิกา
     – มียุงลายเป็นพาหะของโรคเป็นหลัก
     – เกิดจากเชื้อไวรัสในตระกูลเฟลวิไวรัส (Flavivirus) คล้ายกับไวรัสเด็งกี หรือไวรัสไข้เหลือง
     – สามารถติดต่อผ่านทางเลือด โดยเฉพาะมารดาสู่ทารก
     – เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อ
อาการของไวรัสซิกา
     – มีไข้ขึ้นตัวร้อน
     – ตาแดง
     – ปวดศีรษะ
     – รู้สึกอ่อนเพลีย
     – มีผื่นแดงๆ ขึ้นตามบริเวณร่างกาย
     – ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อต่าง ๆ ของร่างกาย
วิธีการรักษาและป้องกันไวรัสซิกา
     – หากมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
     – ควรดื่มน้ำมาก ๆ
     – นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอต่อวัน
     – เมื่อไข้ขึ้นควรรับประทานยาพาราเซตามอล โดยห้ามรับประทานยาแอสไพรินอย่างเด็ดขาด
     – ควรป้องกันโดยการสวมใส่เสื้อแขนยาวมิดชิด ร่วมกับทายากันยุง
     – กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงตามกระถางที่มีน้ำขังอยู่ หรือการให้เจ้าหน้าที่มาฉีดสารเคมีบริเวณลำคลองที่อยู่ใกล้บ้านเรือน
        นอกจากนี้้ ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในแหล่งที่กำลังเกิดโรคระบาดของไวรัสซิกานี้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ เพราะจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์โดยตรง และอาจเกิดอันตรายทำให้มีศีรษะเล็กผิดปกติ หรือถึงแก่ชีวิตได้เลยทีเดียว