เท้าถือเป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญมากซึ่งเราต้องใช้เรียกได้ว่าแทบจะตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลยทีเดียว
ดังนั้น จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการส้นเท้าแตกได้
ซึ่งเป็นปัญหาที่ใครหลายๆคนต่างประสบพบเจอ
และทำให้รู้สึกแย่ทุกครั้งที่มองส้นเท้าของตนเองจนทำให้เสียบุคลิกภาพ
ฉะนั้นหากเกิดอาการส้นเท้าแตกควรรีบไปรักษา
อย่าปล่อยเอาไว้ให้มันลุกลามจนแก้ไขได้ยาก
ส้นเท้าแตกคืออะไร
ส้นเท้าแตกเป็นภาวะที่หนังกำพร้าบริเวณส้นเท้าขาดความชุ่มชื้น
แห้ง แตกลายงา
เพราะส้นเท้านั้นเป็นบริเวณที่ค่อนข้างหนาและต้องรับน้ำหนักตัวของเรา
แถมต้องใช้งานเกือบตลอดทั้งวัน
โดยเฉพาะในคนอ้วนมักประสบพบเจอภาวะส้นเท้าแตกได้ง่ายกว่าคนผอม
รวมทั้งผู้ที่ชอบเดินเท้าเปล่าไม่ใส่รองเท้าไปย่ำกับพื้นแข็งๆ
ตลอดจนกรรมพันธุ์ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะส้นเท้าแตกได้เช่นเดียวกัน
อาการของส้นเท้าแตก
ในระยะแรกนั้นส้นเท้ามักจะเริ่มบวมแดง
เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานเข้าก็จะเริ่มแตกเป็นรอยเล็กๆ และเริ่มมีร่องลึก
หรืออาจถึงขั้นแตกเป็นรอยเลือดและแสบจนเดินไปไหนไม่ได้เลยทีเดียว ดังนั้น
อย่าได้นิ่งนอนใจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กๆกับอาการส้นเท้าแตก
เพราะหากปล่อยไว้เนิ่นนานจะสร้างความทรมานบั่นทอนจิตใจได้
สาเหตุของอาการส้นเท้าแตก
เนื่องด้วยภาวะอากาศประเทศไทยเป็นเมืองร้อนทำให้เรามักชอบใส่รองเท้าแตะ
หรือรองเท้าแบบเปิดส้น เพื่อให้เท้าไม่อับชื้น
แถมยังชอบเดินไปมาในบ้านด้วยเท้าเปล่า
ซึ่งด้วยความแข็งของพื้นประกอบกับความเย็นที่สัมผัสเป็นเหตุให้ผิวหนังบริเวณส้นเท้าแห้ง
ตลอดจนคนอ้วนที่น้ำหนักตัวเยอะ ทำให้เท้าได้รับแรงกระแทกมากขึ้น
และการเลือกสวมใส่รองเท้าที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้บริเวณส้นเท้าเกิดการหนาตัวขึ้นและแตกได้ง่ายขึ้นด้วย
การรักษาอาการส้นเท้าแตก
–
แช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 15 นาทีก่อนนอนทุกคืน ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์
จากนั้นถูส้นเท้าที่แตกเบาๆ เพื่อให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วหลุดลอกออกไป
แล้วเช็ดเท้าให้แห้งและทาครีมให้ความชุ่มชื้น
–
อาจลองนำเปลือกกล้วยหอมมาถูบริเวณส้นเท้าแตกเบาๆ ประมาณ 10 นาที โดยกรดในเปลือกกล้วยจะช่วยลอกผิวที่แตกและช่วยสมานผิวไปในตัว
ลองทำดูนะคะ สัปดาห์ละประมาณ 2 – 3 ครั้ง
–
ก่อนนอนควรสวมถุงเท้านอนเป็นการรักษาความชุ่มชื้นให้คงอยู่
–
ควรใส่รองเท้าปิดส้นระหว่างที่อาการส้นเท้าแตกยังไม่หาย
–
ทาครีมให้ความชุ่มชื้นบริเวณส้นเท้าแตกเป็นประจำทุกวันและทุกคืน
หรือทาได้บ่อยครั้งเท่าที่ต้องการ
–
หากรักษาในเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น
หรือถึงขั้นส้นเท้าแตกเป็นรอยเลือดและแสบ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที
วิธีการป้องกันส้นเท้าแตก
–
ขณะอยู่ในบ้านหรือออฟฟิศควรใส่รองเท้า อาจหารองเท้าขนสัตว์นุ่มๆ มาสวมใส่
เพื่อลดแรงกระแทกของเท้า
และป้องกันความเย็นที่อาจทำให้ส้นเท้าสูญเสียความชุ่มชื้นไป
–
ควรหมั่นทาครีมบนส้นเท้าเป็นประจำเพื่อป้องกันส้นเท้าแตก
–
ควรเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปเท้าของคุณ ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป
รวมทั้งพื้นไม่แข็ง ลงทุนหาแบบมีคุณภาพมาใส่จะดีกว่าเพื่อเท้าสวยๆ ของคุณนะคะ
–
ควรใส่ถุงเท้าเวลานอนเป็นประจำ
–
ควรลดน้ำหนัก (หากอ้วน) ทำให้ส้นเท้าไม่ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป