
คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาขยะถุงพลาสติก
ในปัจจุบันกำลังเป็นเรื่องวิกฤตที่หลายฝ่ายออกมารณรงค์ให้มีการจัดการอย่างถูกวิธี
เพราะนั่นเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะโลกร้อน (Global Warming) และ ปัญหาแก๊สเรือนกระจก (Green house effect) เมื่อเกิดการเผาไหม้
ถุงพลาสติกเป็นวัสดุพอลิเมอร์
ชนิด Polyethylene (PE) มีคุณสมบัติในการขึ้นเป็นรูปทรงต่างๆตามต้องการได้ง่าย
รวมทั้งมีน้ำหนักเบา คงทน และกันน้ำ รวมถึงมีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ
จึงเป็นเหตุผลหลักที่ถุงพลาสติกถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง
ถึงแม้ว่าจะเป็นที่ทราบกันว่า
ถุงพลาสติกนั้นไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเท่าไรนักก็ตาม
ซึ่งหากจะพูดถึงวิธีการกำจัดถุงพลาสติกในครัวเรือนนั้น
ย่องฟังดูเป็นเรื่องที่เกินความสามารถไปสักนิด
เนื่องจากการนำถุงพลาสติกไปหลอมขึ้นรูปใหม่ (Recycle) จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรที่มีราคาแพง
และมักถูกใช้อยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น
ฉะนั้นวิธีกำจัดถุงพลาสติกในครัวเรือนที่ทำได้คือการนำถุงพลาสติกกลับมา REUSE
หรือใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ก่อนนำไปทิ้งเพื่อเข้าสู่กระบวนการฝังกลบต่อไป
จะสังเกตว่าถุงพลาสติกเป็นสิ่งที่ไม่สามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติ
หรืออาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 500-1,000 ปี จึงจะสลายหมด
และถึงแม้ว่าวิธีการกำจัดถุงพลาสติกที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือ การฝังกลบ
แต่ก็ยังคงเป็นอันตรายต่อมลภาวะสิ่งแวดล้อมอยู่ดี
และคงมีแนวโน้มว่าความต้องการใช้ถุงพลาสติกในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วย อันเป็นผลมาจากข้อดีดังกล่าวที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
ถึงตรงนี้
เราคงทำได้เพียงแต่ช่วยกันรณรงค์ให้ทุกคนลดการใช้ถุงพลาสติกลง
โดยการใช้ถุงผ้าหรือถุงกระดาษในกิจกรรมต่างๆแทน เช่น การจับจ่ายใช้สอย
การบริโภคสินค้าและบริการ ฯลฯ รวมถึงอาจมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของห้างร้าน
ที่จะเป็นนโยบายในการลดใช้ถุงพลาสติก ก็ถือเป็นการโหนกระแสที่ดีของเหล่าบรรดาธุรกิจ
แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จริง ๆ ก็ควรนำถุงพลาสติกนั้นกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse)
ให้คุ้มค่าที่สุดก่อนนำไปทิ้ง