ฝรั่ง (Guava) เป็นพืชสมุนไพรและผลไม้ประเภทต้น
ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่าง ๆ เช่น ภาคเหนือเรียก มะก้วย ส่วนภาคใต้เรียก ยะหมู,
ย่าหมู
ในภาคอีสานเรียก บักสีดา ส่วนนราธิวาสเรียก ชมพู่, มะปุ้น และชาวแต้จิ๋วเรียก ปั้กเกี๊ย
เป็นต้น นับเป็นผลไม้ที่เราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
โดยมีแหล่งกำเนิดมาจากแถบอเมริกากลาง และในหมู่เกาะอินดีสต์ตะวันตก
และมีในประเทศไทยของเรามาช้านาน โดยสันนิษฐานว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
ซึ่งเป็นที่นิยมรับประทานกันเป็นอย่างมาก
ลักษณะทั่วไปของฝรั่ง
สำหรับต้นฝรั่งนั้นจัดเป็นไม้ต้น โดยมีความสูงของลำต้นประมาณ 3 – 5
เมตร มีลักษณะของผิวเปลือกค่อนข้างเกลี้ยง มีใบหนาและหยาบ
โดยมีกิ่งอ่อนเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม ส่วนท้องใบมีริ้วเห็นเส้นชัดเจนพร้อมขนขึ้นบางๆ
และออกดอกเป็นช่อๆ โดยในช่อหนึ่งๆ จะมีดอกย่อยเล็กๆ สีขาวอมเขียวอยู่ประมาณ 3 – 5
ดอก ตามบริเวณซอกใบ ซึ่งมีผลเป็นลูกกลม ๆ หรือรี ๆ สีเขียว ลักษณะผิวเกลี้ยง
ส่วนเนื้อในเป็นสีขาว รสชาติหวาน กรอบ พร้อมเมล็ดแข็ง ๆ อยู่ภายใน

ประโยชน์และสรรพคุณของฝรั่ง
ใบ – ช่วยในการดับกลิ่นต่างๆ และใช้เคี้ยวช่วยดับกลิ่นปาก ให้รสฝาด
ยอดอ่อน – สามารถนำไปปิ้งไฟใช้ชงน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการท้องร่วง
แก้เสมหะพิการ และช่วยแก้อาการบิดปวดเบ่ง ให้รสฝาด
ผลอ่อน – ช่วยแก้อาการท้องเสีย ให้รสฝาด
ผลสุก – ช่วยในการดับกลิ่นเหม็น และช่วยระบายท้อง
ตลอดจนนำไปวางบนหีบศพเพื่อดูดกลิ่นได้ดี ให้รสหวาน
ราก – ช่วยให้น้ำเหลืองแห้ง และแก้อาการน้ำเหลืองเสีย ให้รสฝาดเฝื่อน
ทั้งห้า – ช่วยในการดูดกลิ่น
และนำมาใช้ตำพอกเพื่อดูดน้ำเหลืองหรือน้ำหนองออกมา และช่วยถอนพิษจากบาดแผล
ให้รสฝาดเย็น

ซึ่งนอกจากฝรั่งจะเป็นที่นิยมรับประทานกันแล้ว
ยังจัดเป็นผลไม้อันทรงคุณค่าด้วยมีแร่ธาตุและวิตามินต่างๆ
ที่จำเป็นต่อร่างกายเรามากมาย โดยเฉพาะวิตามินซีที่สูงกว่าในส้มถึงประมาณ 5
เท่าเลยทีเดียว ที่ช่วยเสริมสร้างเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ให้แก่ร่างกาย
แถมยังเหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะมีกากใยอาหารสูง
และเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยทำให้ไม่อ้วนด้วย