ช่วง
2-3 ปีมานี้
คงไม่มีข่าวไหนในวงการวิทยาศาสตร์และวงการฟิสิกส์ที่จะยิ่งใหญ่และได้รับความสนใจไปมากกว่าการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วง
(Gravitational Waves) อันเกิดมาจากหลุมดำ 2
อันชนกันและหลวมรวมกันเป็นหลุมดำอันเดียวที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
จนนำไปสู่การกระเพื่อมของกาลอวกาศ (Space-time) รอบหลุมดำอย่างรุนแรง
และสามารถตรวจจับได้ด้วยด้วยเครื่องตรวจจับ LIGO และ Virgo บนโลก ซึ่งตรงตามทำนายของอัลเบิร์ต
ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ได้ทำนายเหตุการณ์นี้ไว้เมื่อกว่า 100
ปีที่ผ่านมาทุกประการ แถมนักฟิสิกส์ 3 ท่านที่ร่วมกันตรวจพบเจ้าคลื่นความโน้มถ่วงนี้
ยังได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ปีล่าสุดไปครองอีกด้วย

หลุมดำคือ
วัตถุอวกาศชนิดหนึ่งที่มีมวลมหาศาล และด้วยที่มีมวลมหาศาลนี่เองจึงทำให้มีแรงดึงดูดหรือแรงโน้มถ่วงมหาศาลด้วยเช่นกัน
หลุมดำเกิดจากดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ (ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์มากๆ) ซึ่งเผาผลาญพลังงานจนหมด
และเกิดการยุบตัวอย่างรุนแรง
กลายเป็นดาวที่มีขนาดเล็กลงแต่มีมวลและแรงโน้มถ่วงมหาศาล
สามารถดูดกลืนสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวให้เข้าไปรวมกับมันได้
ซึ่งจะยิ่งทำให้มันมีมวลและแรงโน้มถ่วงมากขึ้นไปอีก
และด้วยความที่มีมวลและแรงโน้มถ่วงมหาศาลของมัน
ทำให้ไม่มีสิ่งใดจะสามารถเล็ดลอดออกมาจากหลุมดำได้ แม้กระทั่งแสงแล้วหลุมดำมีอันตรายกับเรามั๊ย
หลายท่านคงมีคำถามนี้ในใจ คำตอบคือ ถ้าเราเข้าไปใกล้มันละก็ไม่ต้องสืบเลยครับ
เราจะโดนดูดเข้าไปอัดอยู่กับพื้นผิวของมันอย่างแน่นอน และจะตายในชั่วพริบตา
แต่เราคงไม่ต้องกังวลขนาดนั้น เพราะหลุมดำอยู่ไกลจากเรามาก
และยังไม่พบวี่แววว่ามีหลุมดำไหนกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ระบบสุริยะของเรา
(ยกเว้นแกแลคซี่แอนโดรมีดา ที่กำลังเคลื่อนที่เข้าหาแกแลคซี่ทางช้างเผือก
และจะหลอมรวมกันเป็นแกแลคซี่ขนาดใหญ่มากในอีกราว 5,000 ล้านปีข้างหน้า)หลุมดำที่อยู่ใกล้เราที่สุด
คือ หลุมดำที่ใจกลางแกแลคซี่ทางช้างเผือกของเรานี่เอง
โดยที่ดาวทุกดวงในแกแลคซี่กำลังเคลื่อนที่เป็นวงกลมรอบหลุมดำที่ว่านี้
และหลุมดำนี้อยู่ห่างจากโลกราว 25,000 ปีแสง (1 ปีแสง = 9,460,730,472,581 กิโลเมตร) ขนาดอยู่ในแกแลคซี่ของเราแท้
ๆ ยังไกลเสียจนเครื่องคิดเลขคำนวณระยะทางแทบไม่ไหว ^ ^